โครงสร้างของเชือก คือหัวใจของสมรรถนะในการใช้งานจริง เพราะโครงสร้างการผลิตแบบกระบวนการถัก หรือการปั่นนั้น ส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และความเหมาะสมต่อการใช้งานในแต่ละลักษณะ
1. เชือกปั่น หรือเชือกเกลียว (Twine Rope): แข็งแรง ทนทาน และใช้งานง่าย

เชือกปั่น หรือเชือกเกลียว คือหนึ่งในรูปแบบเชือกที่ได้รับความนิยมสูงสุด ทั้งในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การขนส่ง ไปจนถึงการใช้งานทั่วไป ด้วยจุดเด่นที่ แข็งแรง ทนทาน และใช้งานง่าย ทำให้เชือกเกลียวกลายเป็นทางเลือกมาตรฐานของหลายอุตสาหกรรม
เชือกปั่นผลิตจากการนำเส้นใยสังเคราะห์มาปั่นรวมกันเป็นเกลียว โดยผ่านกระบวนการ “ปั่นซ้อนหลายระดับ” เพื่อให้ได้ขนาดและความแข็งแรงตามต้องการ แม้จะดูเป็นเส้นเดียว แต่ภายในซ่อนโครงสร้างของการปั่นทบหลายชั้นอย่างพิถีพิถัน ทำให้ได้เชือกที่แน่น แข็งแรง และสมดุลในการรับแรงดึง
โครงสร้างเกลียวที่ออกแบบมาเพื่อรับแรงโดยเฉพาะ
เชือกปั่นผลิตโดยการ ปั่นเส้นใยเข้าด้วยกันเป็นเกลียว ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ช่วยกระจายแรงดึงได้ดี
- ลักษณะคล้ายเชือกเส้นใหญ่ที่บิดเกลียวเข้าหากันเพื่อให้เกิดความแน่นที่เหมาะสม
- ยิ่งเกลียวแน่น เชือกยิ่งแข็งแรง และมีความคงตัวสูง ให้ตัวได้น้อย เสริมให้มีแรงดึงเชือกที่สูง
- ยิ่งเกลียวหลวม เชือกยิ่งนิ่ม และมีความคงรูปต่ำ ให้ตัวได้ดี แต่แรงดึงเชือกจะลดลง
- เหมาะสำหรับงานมัด ดึง ลาก หรือกั้นพื้นที่ที่ต้องการความมั่นใจในแรงต้านทาน
โครงสร้างของเชือกปั่น: โครงสร้างมาตรฐานระดับสากล
เชือก 3 เกลียว (3-Strand Rope)
- มีเกลียวเชือก 3 เกลียวหลัก ปั่นรวมกันโดยไม่มีไส้กลาง
- ข้อดีคือมีแรงดึงต่อเกลียวสูง เนื่องจากเกลียวใหญ่กว่าในเชือก 4 เกลียวขนาดเท่ากัน
- นิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ด้วยโครงสร้างที่กระชับ รับแรงได้สูง
เชือก 4 เกลียว (4-Strand Rope)
- มีเกลียวเชือก 4 เกลียวหลัก ปั่นรวมกันโดยมีไส้กลางเพื่อสร้างสมดุลให้เกลียวทั้งสี่
- เกลียวเชือกมีขนาดเล็กกว่าเกลียวของเชือก 3 เกลียว แต่ให้ความยืดหยุ่นและการคืนรูปที่ดี
- นิยมใช้งานกันในประเทศไทยและพื้นที่แถบเอเชียอาคเนย์หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)
เปรียบเทียบความแข็งแรงระหว่างเชือก 3 เกลียว และ 4 เกลียว
|
ประเภทเชือก |
จุดเด่น |
จุดสังเกต |
|
เชือก 3 เกลียว |
• เกลียวใหญ่ รับแรงต่อจุดได้ดี |
• ยืดหยุ่นน้อยกว่าเชือก 4 เกลียว |
| เชือก 4 เกลียว (4-Strand Rope) |
• มีไส้กลางช่วยรักษาสมดุลในการบิดตัวของเชือก |
• เกลียวเล็กกว่าในขนาดเท่ากัน ทำให้รับแรงได้น้อยลง |
เกณฑ์การพิจารณาเชือกปั่นที่มีคุณภาพ
เพื่อให้เชือกใช้งานได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพแวดล้อม ควรตรวจสอบลักษณะโครงสร้างดังต่อไปนี้:
- เมื่อเชือกถูกตัดแล้ว “เกลียวไม่คลายตัว”: แสดงว่าโครงสร้างการเข้าเกลียวแน่นและสมดุล
- เมื่อดึงเชือกให้ตรงแล้วพับเป็นรูปตัว U เชือกไม่พันกัน: แสดงว่าเชือกสามารถบาลานซ์ตัวเองได้ดี ไม่บิดตัว
- ไม่มีรอยต่อของเกลียวตลอดทั้งเส้น: บ่งบอกถึงความสม่ำเสมอในการปั่นจากต้นจนจบกระบวนการ
- ล่องเกลียวพอดี สัมผัสแล้วนุ่มมือ: เมื่อสัมผัสแล้วนุ่มมือไม่กระด้าง และยังคงความแน่นของเกลียวไว้ได้ดี
2. เชือกถัก (Braided Rope): ความแข็งแรงที่มาพร้อมความยืดหยุ่น

เชือกถักคืออีกหนึ่งประเภทของเชือกที่รวมคุณสมบัติทั้งความนุ่มมือ ความแข็งแรง และความยืดหยุ่นไว้ในเส้นเดียว โครงสร้างของเชือกถักมีลักษณะเป็นการ ถักสานเส้นใยเข้าด้วยกันเป็นลวดลายซับซ้อน เปรียบได้กับ การถักเปีย ที่ใช้เส้นหลายเส้นถักสานกันอย่างมีจังหวะ
ลักษณะการถักเช่นนี้ช่วยกระจายแรงดึงได้อย่างสม่ำเสมอ ลดการบิดตัว และคืนรูปได้ดีเมื่อใช้งานต่อเนื่อง จึงเหมาะกับงานที่ต้องการเชือกที่แข็งแรง ยืดหยุ่น และรักษารูปทรงได้ดีในทุกสภาพการใช้งาน
โครงสร้างของเชือกถัก
เพื่อให้เลือกใช้งานได้อย่างตรงจุด เชือกถักสามารถแบ่งออกเป็น 3 โครงสร้างหลัก โดยแต่ละแบบมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ดังนี้:
แบบถักกลม (Solid Braided)
- โครงสร้างแน่นสม่ำเสมอ ตาเชือกถักไขว้กันอย่างเป็นระเบียบ
- ผิวสัมผัสเรียบ ไม่บิดตัวง่าย ขึงแล้วดูเรียบร้อย
- เหมาะกับงานทั่วไปที่ต้องการรับแรงปานกลางถึงสูง เช่น งานโยง งานมัด หรืองานที่ต้องการความเรียบและสวยงาม
แบบถักโปร่ง (Hollow Braided)
- โครงสร้างไม่มีแกนกลาง (Hollow Core) ทำให้น้ำหนักเบา ยืดหยุ่นดี
- โครงสร้างแบบถักโปร่งสามารถ ใส่แกนเสริมภายหลัง ได้ หรือ ใช้ร่วมกับโครงสร้างอื่น เพื่อเพิ่มความแข็งแรงเฉพาะจุด
- เหมาะสำหรับงานชั่วคราว เช่น งานผูกสิ่งของ งานช่างมือสมัครเล่น หรือการใช้งานที่ต้องการเชือกที่ไม่แข็งกระด้าง
- มัดง่าย ถอดง่าย ขึ้นรูปสะดวก เหมาะกับงานที่ต้องการปรับเปลี่ยนบ่อย
- นิยมในงานที่ต้องการความคล่องตัวสูง และไม่เน้นรับแรงดึงต่อเนื่องระยะยาว
- สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานเป็น เชือกเอนกประสงค์ เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูงและใช้งานสะดวก
แบบถักเปลือก–แกน (Double Braided / Kernmantle)
- มีแกนใน (Core) สำหรับรับแรง และเปลือกนอก (Mantle) สำหรับปกป้องและเพิ่มความยืดหยุ่น
- รับแรงได้สูงมาก ใช้ในงานหนัก เช่น เชือกปีนเขา เชือกเทียบท่าเรือ เชือกโยงทุเรียน
- โครงสร้างแบบนี้ช่วยกระจายแรงดึงทั้งแนวแกนและผิวด้านนอก พร้อมคืนรูปได้ดีแม้ใช้ต่อเนื่อง
เกณฑ์การพิจารณาเชือกถักที่มีคุณภาพ
เพื่อให้เชือกถักใช้งานได้อย่างมั่นใจ ควรพิจารณาคุณภาพจากรายละเอียดต่อไปนี้:
- ลายถักเรียบร้อย: ถักแน่นเป็นระเบียบ ไม่มีส่วนหย่อนหรือหลุดเกลียว
- เส้นด้ายคงทน: ไม่มีปลายแตกหรือล้น แสดงถึงมาตรฐานการผลิต
- คืนรูปเร็ว: รักษารูปร่างเดิมแม้ใช้งานต่อเนื่อง
- สัมผัสนุ่ม: ไม่บาดมือแม้รับแรงดึงสูง
- โครงสร้างมั่นคงหลังตัด: ป้องกันการคลายตัวหรือเสียรูป
เปรียบเทียบเชือกปั่น (Twine Rope) และ เชือกถัก (Braided Rope): แบบไหนเหมาะกับงานของคุณ?
การเลือกใช้เชือกให้เหมาะกับงานไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ “ขนาด” หรือ “วัสดุ” เท่านั้น แต่ยังรวมถึง “โครงสร้างการผลิต” ซึ่งส่งผลต่อสมรรถนะในการใช้งานจริงอย่างชัดเจน เชือกถักและเชือกเกลียวต่างมีข้อดีเฉพาะตัว และเหมาะกับลักษณะงานที่แตกต่างกัน:
|
คุณสมบัติหลัก |
เชือกเกลียว (Twine Rope) |
เชือกถัก (Braided Rope) |
|
โครงสร้าง |
ปั่นเส้นใยเป็นเกลียวแน่นแบบบิดไขว้ | ถักสานเส้นใยเป็นลวดลายแน่น ลักษณะคล้ายการถักเปีย |
|
ความยืดหยุ่น |
แข็งแรง แต่อาจบิดตัวได้ในบางกรณี | คืนรูปดี ไม่บิดตัวง่าย |
|
ความนุ่มมือ |
เนื้อแน่นแข็งแรง ไม่ยุบตัว | นุ่มมือ และให้ตัวได้ดี เหมาะกับงานที่ต้องจับโดยตรง |
|
ความแข็งแรง |
รับแรงดึงตรงได้ดี เหมาะกับการลาก/มัด |
รับแรงกระชากได้ดี กระจายแรงทั่วเส้น |
| งานที่เหมาะสม | งานเกษตร, งานก่อสร้าง, เชือกลากสินค้า |
งานปีนเขา, เชือกโยงทุเรียน, งานขึงอุปกรณ์ |
| รูปลักษณ์ | มีล่องเกลียวชัด ดูดิบแต่แข็งแรง |
ผิวแน่น เรียบ ดูสม่ำเสมอ |
| ความคงทน | ดีเยี่ยมในงานรับแรงตึงคงที่ระยะยาว |
ดีเยี่ยมในงานเคลื่อนไหวหรือรับแรงกระแทก |
สรุป
- หากต้องการเชือกที่ นุ่มมือ คืนรูปดี และกระจายแรงได้สม่ำเสมอ → เลือก เชือกถัก
- หากต้องการเชือกที่ แข็งแรง ดึงได้แน่น และราคาคุ้มค่า → เลือก เชือกปั่น หรือเชือกเกลียว
ทั้งเชือกปั่น และเชือกถักสามารถผลิตจากเส้นใย HDPE หรือ PP ตามความเหมาะสมของงาน โดยเราพร้อมให้คำแนะนำในการเลือกประเภทเชือกที่เหมาะกับการใช้งานของคุณในแต่ละภาคส่วน เลือกซื้อเชือกคุณภาพจากโรงงานผลิตเชือกคุณภาพ Siamnet Industry
ข้อมูลอ้างอิง
- “Rope | Climbing, Boating & Industrial Applications.” สืบค้นเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 จาก Rope | Climbing, Boating & Industrial Applications | Britannica
- “3-Strand or 4-Strand Rope?” สืบค้นเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 จาก 3-Strand or 4-Strand Rope?